คงจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้ อัลบั้มที่ว่านั้นก็คือ “มาโนช พุฒตาล บุตรของนายเฉลียวกับนางอำไพ & สมพงค์ ศิวิโรจน์ บุตรของนายเลื่อนกับนางซุ่นลิ่น” เรียกว่าตอนไปหาซื้อ ไม่รู้จะบอกคนขายยังไงกันเลย ตัวเองยังจำแทบไม่ได้ นับประสาอะไรจะไปวานให้คนขายหาให้ มีอยู่ร้านหนึ่ง มีสาขามากมาย ทำหน้างงๆ ว่าใครคือมาโนช แม้แต่ในหมวดอินดี้ก็ไม่ปรากฏ เฮ้อ! แย่จัง แต่แล้วความพยายามก็บรรลุ ไปได้ที่ร้าน GRAMOPHONE สยามพารากอน ชั้น2 ดีใจมักมั่ก ขอบอกขอบใจน้องคนขายเป็นการใหญ่
จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านั้นเคยได้ยินแต่คนพูดถึงงานของคุณมาโนช ชุดแรก “ในทรรศนะของข้าพเจ้า” ไม่เคยได้ฟังจริงๆ จังๆ สักที มาได้ติดตามฟังแกจัดรายการวิทยุ The Radio (ปัจจุบัน ไม่มีแล้ว หายไปจากหน้าปัดวิทยุ ตามประสาของดีอยู่ยาก) แล้ว รู้สึกมันดี ได้ฟังเพลงที่ชื่อ “วาสิฏฐี” ความยาว 8 นาที ในอัลบั้มชุดแรกของแกแล้วทึ่ง โอ้แม่จ้าว! เราไปงมหอยอยู่ไหนมา บอกตัวเองว่าต้องหาเพลงอื่นๆ ของแกมาฟังให้ได้ แต่ต้องขอบอกว่าหายากแสนเข็ญ อย่างที่ว่า
จนล่าสุด แกมีอัลบั้มใหม่นี่แหละ ถ้าใครได้ยินบ้างทางวิทยุบางคลื่น ที่ยังเปิดเพลงเพื่อคนฟัง มากกว่าเพื่อค่าย เพลงที่ปล่อยออกมา “คนฟังเสียงฝน” แบบเวอร์ชั่นย่อ (เพราะเต็มเพลงล่อไป 8 นาทีอีกแล้วครับท่าน ของแกต่ำกว่านี้มีน้อย) ที่แต่งให้นักเขียนรางวัลซีไรต์ กนกพงศ์ ที่จากไปแล้ว ไม่รู้คนอื่นจะคิดยังไง แต่สำหรับผมแล้ว ขอยืมคำพูดในโฆษณากาแฟยี่ห้อหนึ่งมาว่า “ต้องลอง” เท่านั้น ถือเป็นเพลงที่เหมาะจะฟังตอนหน้าฝน หรือตอนฝนตก ขี้หมักไหล ยามนี้เป้นอย่างยิ่ง
เลยใคร่ขออนุญาตคุณมาโนช และคุณสมพงค์ มาโพสต์ให้ลองฟังกัน ถ้าให้ดีไปหางานเขียน ของคุณกนกพงศ์ มาอ่านแกล้มด้วย ก็น่าจะได้อรรถรสเป็นอย่างยิ่ง (อันนี้ ยังไม่ได้ลอง)
manoj-1
นอกจากนี้ ใครชอบเพลงมีสาระ อารมณ์กวนๆ ต้องไม่พลาด “เพลงช้าง” ของคุณสมพงค์ และที่พลาดไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่คิดถึงสไตล์การจัดรายการของคุณมาโนช ก็ต้องนี่เลย “ทักทาย/อารัมบท” หรือเพลงหวานท้อแท้อย่าง “บอกดวงจันทร์ฉันเหนื่อย” ฯลฯ
สำหรับผู้ที่สนใจ และไม่มีโอกาสไปพารากอน ก็สามารถสั่งซื้อทางไปรษณีย์ที่ คุณสมพร โทร 081-480-0977 ราคา 120 บาท